กฎหมายอาญาเกี่ยวกับเพศที่ต้องระวังตัว และควรหลีกเลี่ยง

(1/1)

นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนเอวีซี:
ต้องระมัดระวังตามนี้นะครับ เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่เตือน ไปเปิดหนัง ในที่สาธารณะ จำหน่ายจ่ายแจก ไม่ได้เลยนะครับ เอาเป็นว่าดูกันในห้องส่วนตัวจะดีกว่า

มาตรา 287 ผู้ใด
(1) เพื่อความประสงค์แห่งการค้า หรือโดยการค้า เพื่อการแจกจ่าย หรือเพื่อการแสดงอวดแก่ประชาชน ทำ ผลิต มีไว้ นำเข้าหรือยังให้นำเข้า ในราชอาณาจักร ส่งออกหรือยังให้ส่งออกไปนอกราชอาณาจักร พาไปหรือ ยังให้พาไปหรือทำให้แพร่หลายโดยประการใด ๆ ซึ่งเอกสาร ภาพเขียน ภาพพิมพ์ ภาพระบายสี สิ่งพิมพ์ รูปภาพ ภาพโฆษณา เครื่องหมาย รูปถ่าย ภาพยนตร์ แถบบันทึกเสียง แถบบันทึกภาพหรือสิ่งอื่นใดอันลามก
(2) ประกอบการค้า หรือมีส่วนหรือเข้าเกี่ยวข้องกับการค้าเกี่ยวกับ วัตถุหรือสิ่งของลามกดังกล่าวแล้ว จ่ายแจกหรือแสดงอวดแก่ประชาชน หรือให้เช่นวัตถุหรือสิ่งของเช่นว่านั้น
(3) เพื่อจะช่วยการทำให้แพร่หลาย หรือการค้าวัตถุหรือสิ่งของลามก ดังกล่าวแล้ว โฆษณาหรือไขข่าวโดยประการใด ๆ ว่ามีบุคคลกระทำการ อันเป็นความผิดตาม มาตรานี้ หรือโฆษณาหรือไขข่าวว่าวัตถุ หรือสิ่งของ ลามกดังกล่าวแล้วจะหาได้จากบุคคลใด หรือโดยวิธีใด
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ


รวมคำพิพากษาที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสื่อลามกอนาจาร
คำพิพากษาที่ 624/2529
ชื่อคู่ความ
พนักงานอัยการประจำแขวง ขอนแก่น โจทก์
นายประสิทธิ์ ธรรมชาติ กับพวก จำเลย
ชื่อกฎหมาย
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5)
ย่อสั้น
คำฟ้องด้วยวาจาของโจทก์กล่าวว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันฉายภาพยนต์อันลามก
ประกอบด้วยภาพเปลือยและการแสดงความสัมพันธ์ทางเพศเป็นการแสดงอวดต่อประชาชน
เพื่อประสงค์แห่งการค้าและโดยการค้า ณ โรงภาพยนตร์เป็นการบรรยายฟ้องที่ครบองค์
ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287 และเป็นคำฟ้องที่มีข้อเท็จจริงพอสมควรที่จะ
ให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา
158 (5) แล้ว ส่วนข้อที่ว่าคำฟ้องไม่ปรากฏว่าแสดงความสัมพันธ์ทางเพศอย่างไรและเปลือย
อย่างไรนั้น เป็นเรื่องรายละเอียดที่จะต้องนำสืบในชั้นพิจารณาในกรณีที่จำเลยทั้งสองให้การ
ปฏิเสธ เมื่อจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพจึงแสดงว่าจำเลยทั้งสองเข้าใจสภาพแห่งข้อหาได้ดี
ฟ้องโจทก์จึงไม่ครอบคลุม
ชื่อองค์คณะ
( อำนวย อินทุภูติ-ดำรง ศุภพิโรจน์-สมศักดิ์ เกิดลาภผล )
เจ้าของสำนวน
อำนวย อินทุภูติ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คำพิพากษาฎีกาที่ 6301/2533
ชื่อคู่ความ
พนักงานอัยการศาลแขวงพระนครใต้ โจทก์
นายวสันต์ โรจน์รัตนาวิชัย กับพวก จำเลย
ชื่อกฎหมาย
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,287 (1)
รวบรวมโดย อาจารย์อิทธิพล ปรีติประสงค์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย อีสเทิร์นเอเชีย
2
ย่อสั้น
ภาพพิมพ์ของกลางเป็นภาพหญิงสาว ซึ่งมีบางภาพเปิดเผยเต้านมอย่างโจ่งแจ้ง ส่วนที่มี
อวัยวะเพศแม้จะมีผ้าอาภรณ์ปกปิดไว้ แต่ก็ปกปิดไว้อย่างหมิ่นเหม่ ซึ่งนอกจากจะอยู่ในอิริยาบท
ที่ไม่เรียบร้อย ไม่น่าดู แล้ว ยังอยู่ในอิริยาบท ที่น่าเกลียดน่าบัดสีอีกด้วย กล่าวคือ มีบางภาพ
อยู่ในอิริยาบทนอนก็นอนหงายถ่างขาออกอย่างกว้าง ทำนองเจตนาเพื่ออวดอวัยวะเพศอย่าง
เด็ดชัด ส่วนภาพที่อยู่ในอิริยาบทที่นั่งก็นั่งถ่างขาออก แม้จะมีผ้าปกปิดอวัยวะเพศก็เป็นผ้าบาง
ใส ซึ่งแสดงว่าต้องการอวดอวัยวะเพศเช่นเดียวกัน จึงเป็นภาพที่มีเจตนายั่วยุให้บังเกิดความใคร่
ทางกามารมณ์โดยตรง ถือเป็นภาพลามกตามความหมายที่บัญญัติไว้ใน ประมวลกฎหมาย
อาญา มาตรา 287 (1)
การบังคับค่าปรับเอาแก่นิติบุคคลนั้น จะกักขังแทนค่าปรับไม่ได้
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
ชื่อองค์คณะ
( นาม ยิ้มแย้ม- ไพฑูรย์ เนติโพธิ์- โสภณ จันเทรมะ )
เจ้าของสำนวน
นาม ยิ้มแย้ม
คำพิพากษาฎีกา 7416/2537
ชื่อคู่ความ
พนักงานอัยการประจำศาลแขวงพระนครเหนือ โจทก์
นายอนุรักษ์ ยุทธิสิทธิพงศ์ จำเลย
ชื่อกฎหมาย
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56, 78, 91, 287
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง, 225
พระราชบัญญัติ ควบคุมกิจการเทปและวัสดุโทรทัศน์ พ.ศ.2530 มาตรา 6, 34
ย่อสั้น
การที่จำ เลยมีไว้ซึ่งเทปหรือวัสดุโทรทัศน์อันลามกในการประกอบธุรกิจให้เช่า
แลกเปลี่ยนและจำหน่ายซึ่งเทปและวัสดุโทรทัศน์ ดังกล่าว อันเป็นความผิดตามประมวล
กฎหมายอาญา มาตรา 287 ย่อมเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติควบคุมการเทปและวัสดุ
โทรทัศน์ พ.ศ.2530 มาตรา 6, 34 อยู่ในตัว มิใช่ความผิดที่เป็นการกระทำหลายกรรมต่างกันตาม
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ซึ่งปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบ
เรียบร้อย ศาลฎีกาย่อมหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ แม้จำเลยจะมิได้ฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธี
พิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225
รวบรวมโดย อาจารย์อิทธิพล ปรีติประสงค์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย อีสเทิร์นเอเชีย
3
ขณะกระทำความผิดจำเลยอายุ 19 ปีเศษ เป็นชาวต่างประเทศ เข้ามาทำงานเป็น
ลูกจ้างในกรุงเทพมหานครและเรียนหนังสือเป็นนักศึกษานอกโรงเรียนสามัญ ย่อมมีความรู้สึก
ผิดชอบชั่วดี จึงยังไม่มีเหตุอันควรที่จะลดมาตรการส่วนโทษให้ แต่จำเลยไม่เคยได้รับโทษจำคุก
มาก่อนมีเหตุอันควรที่จะรอการลงโทษ เพื่อให้โอกาสจำเลยกลับตัว
เป็นพลเมืองดีจะได้ศึกษาเล่าเรียนต่อไป โดยต้องวางโทษปรับจำเลยอีกสถานหนึ่งด้วยเพื่อให้
หลาบจำ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
ชื่อองค์คณะ
( ชะลอ ทองแย้ม- ประสิทธิ์ แสนศิริ- ทวิช กำเนิดเพ็ชร์ )
เจ้าของสำนวน
ชะลอ ทองแย้ม
คำค้นหา
อาญา รอการลงโทษได้ มีเหตุบรรเทาโทษหลายกรรมเป็นค้าสิ่งลามก
วิอาญา เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยนำบทบัญญัติชั้นอุทธรณ์มาใช้ใน
ชั้นฎีกา
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คำพิพากษาฎีกาที่ 5519/2531
ชื่อคู่ความ
อัยการแขวงพระนครใต้ โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัดดิเอนเจ็ลส์คลับ กับพวก จำเลย
ชื่อกฎหมาย
พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 19, 27
ย่อสั้น
ว.ผู้จัดการสถานบริการของจำเลยที่ 1 จัดให้มีการแสดงแฟชั่นโชว์ ในสถานบริการของ
จำเลย นงแบบแต่งกายชุดอาบน้ำตัดเย็บด้วยผ้าลูกไม้บาง บนฟลอร์ มีสปอทไลท์ ฉายไปมา
สามารถมองผ่านช่องว่างของลูกไม้บางนั้นเห็นนมเนื้อตัวร่างกายของนางแบบ ลักษณะการแต่ง
กายเช่นนี้ไม่แตกต่างไปจากการเปลือยกาย และเพียงเท่านี้ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ได้จัดให้มีการ
แสดงเพื่อความบันเทิงในสถานบริการซึ่งเป็นไปในทางลามกหรืออนาจารแล้ว เมื่อจำเลยที่ 1
โดยจำเลยที่ 2 ผู้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้ตั้งสถานบริการดังกล่าว จึงมีหน้าที่
ต้องควบคุมการแสดงมิให้เป็นไปในการลามกหรืออนาจาร แม้จำเลยจ้าง ว. ให้เป็นผู้จัดการดูแล
รวบรวมโดย อาจารย์อิทธิพล ปรีติประสงค์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย อีสเทิร์นเอเชีย
4
แทนและ ว. จัดให้มีการแสดงอันเป็นความผิดดังกล่าวในขณะที่จำเลยที่ 2 ไม่อยู่ ก็หาได้ทำให้
จำเลยทั้งสองหลุดพ้นจากหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้นั้นไม่
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภา
ชื่อองค์คณะ
( เกียรติ จาตนิลพันธุ์- ดุสิต วราโห- เสริมพงศ์ วรยิ่งยง )
เจ้าของสำนวน
เกียรติ จาตนิลพันธุ์
คำค้นหา
สถานบริการ เป็น จัดให้มีการแสดงในทางลามกหรืออนาจาร
คำพิพากษาฎีกาที่ 1744/2544
ชื่อคู่ความ
พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์
นายสามารถ หรืออาเหว่ย แซ่หยาง กับพวก จำเลย
ชื่อกฎหมาย
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56
ย่อสั้น
จำเลยถูกเจ้าพนักงานตำรวจจับกุมพร้อมด้วยแผ่นวีดีโอซีดีที่จำเลยร่วมกันทำซ้ำขึ้น โดย
ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้เสียหายทั้งสาม ซึ่งจำเลยก็รับสารภาพต่อศาลแล้วร่วมกันมีไว้เพื่อขาย ซึ่ง
แผ่นวีดีโอซีดีที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์ จำนวน 4,300 แผ่น ทั้งร่วมกันทำให้แพร่หลายโดยการมี
ไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งแผ่นวีดีโอซีดีลามกอีกเป็น จำนวน 1,000 แผ่น เป็นการร่วมกันกระทำการอัน
เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายมีลักษณะเป็นกระบวนการโดยกลุ่มบุคคลหลายสัญชาติอันก่อให้เกิด
ความเสียหายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ยิ่งกว่าบุคคลธรรมดา ทั้งเป็นการกระทำที่ขัดต่อศีลธรรมอันดี
ของประชาชน เหตุผลที่จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกว่าจำเลยมี
ความประพฤติดี และไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนยังไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำ
พิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางได้
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
ชื่อองค์คณะ
( สุวัฒน์ วรรธนะหทัย- เสริมศักดิ์ ผลัดธุระ- ไชยวัฒน์ สัตยาประเสริฐ )
เจ้าของสำนวน
สุวัฒน์ วรรธนะหทัย
รวบรวมโดย อาจารย์อิทธิพล ปรีติประสงค์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย อีสเทิร์นเอเชีย
5
คำค้นหา
อาญา รอการลงโทษไม่ได้ ไม่มีเหตุอันควรปราณี

นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐประชาชนเอวีซี:
คำพิพากษาฎีกาที่ 2128/2533
ชื่อคู่ความ
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายนิยม ธนวัฒน์ชัยพงศ์ กับพวก จำเลย
ชื่อกฎหมาย
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138, 287 (1)
พ.ร.บ.ภาพยนตร์ฯมาตรา 4 วรรคหนึ่ง, 5(1), 20
ย่อสั้น
การที่จำ เลยทั้งสามร่วมกันเพื่อความประสงค์แห่งการค้าหรือโดยการค้าทำ ให้
แพร่หลายด้วยการฉายภาพยนตร์ที่แสดงความสัมพันธ์ทางเพศ อันเป็นภาพลามกอนาจาร เป็น
ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287( 1 ) และการที่จำเลยทั้งสามขัดขวางมิให้เจ้า
พนักงานตำรวจงัดกุญแจเข้าไปตรวจค้นภายในห้องซึ่งจำเลยเอาเครื่องฉายภาพยนตร์ และฟิล์ม
ไปเก็บไว้ การกระทำของจำเลยดังกล่าวแสดงให้เห็นเจตนาว่าประสงค์มิให้การปฏิบัติหน้าที่ของ
เจ้าพนักงานในการตรวจจับกุมลุล่วงไปโดยสะดวก ถือได้ว่าเป็นการขัดขวางเจ้าพนักงานในการ
ปฏิบัติตามหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 138
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมตุลาการ
ชื่อองค์คณะ
( อุดม เฟื่องฟุ้ง- พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ- อากาศ บำรุงชีพ )
เจ้าของสำนวน
อุดม เฟื่องฟุ้ง
คำค้นหา
อาญา เป็น ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน เป็น แพร่ภาพลามก
คำพิพากษาฎีกาที่ 3510/2531
ชื่อคู่ความ
อัยการนนทบุรี โจทก์
นายบุญชู วงศ์ชัยสุริยะ จำเลย
ชื่อกฎหมาย
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287
รวบรวมโดย อาจารย์อิทธิพล ปรีติประสงค์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย อีสเทิร์นเอเชีย
6
ย่อสั้น
ภาพหญิงยืนเปลือยกายกอดชาย ภาพหญิงสวมกางเกงในโปร่งตามีผู้ชายนอนกอดมือ
โอบบริเวณทรวงอก ภาพหญิงเปลือยกายท่อนบนใช้มือจับหูโทรศัพท์กดที่อวัยวะเพศ ภาพหญิง
เปลือยกายมีแหคลุมตัวมือข้างกุมนมอีกข้างหนึ่งกุมอวัยวะเพศ
ภาพหญิงเปิดเสื้อให้เห็นนม ล้วงมือเข้าไปในกระโปรง ภาพหญิงเปลือยอกสวมกางเกงใน มือ
ล้วงที่อวัยวะเพศ และภาพหญิงเปลือยอกสวมกางเกงขาสั้น มือข้างหนึ่งล้วงไปจับที่อวัยวะเพศ
ภาพดังกล่าวแม้ไม่เห็นอวัยวะเพศชัดเจน แต่ก็มีลักษณะส่อไปในด้านยั่วยุกามารมณ์ และภาพ
หญิงเปลือยตลอดร่างซึ่งพอเห็นอวัยวะเพศได้บ้างถือได้ว่าเป็นภาพอันลามก ไม่ใช่ภาพศิลปะ ที่
แสดงถึงสัดส่วนความสมบูรณ์ของร่างกาย
ข้อความต่างๆที่ได้บรรยายถึงการร่วมประเวณีของชายและหญิงอย่างชัดเจน
ละเอียดลออ โดยบรรยายถึงอารมณ์ของชายและหญิงไปในทางยั่วยุกามารมณ์ แม้จะมิได้ใช้
ถ้อยคำหยาบคาย ถือได้ว่าเป็นข้อความอันลามก
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภา
ชื่อองค์คณะ
( มาโนช เพียรสนอง- สีนวล คงลาภ- ประวิทย์ขัมภรัตน์ )
เจ้าของสำนวน
มาโนช เพียรสนอง
คำพิพากษาฎีกาที่ 2641/2531
ชื่อคู่ความ
พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสุราษฎร์ธานี โจทก์
นายจรัส คงเพ็ชร์ จำเลย
ชื่อกฎหมาย
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59,287
ย่อสั้น
การที่จำเลยทำหน้าที่ฉายภาพยนตรทางโทรทัศน์ได้นำแถบบันทึกภาพลามกมาอัด
ภาพยนตร์จีนที่กำลังแพร่ภาพ เพื่อใช้เป็นการส่วนตัว แต่ได้เกิดเหตุขัดข้องทางด้านเทคนิคการ
ส่งภาพทำให้ภาพลามกที่บันทึกไว้ออกไปปรากฏทางเครื่องรับโทรทัศน์นั้น เหตุที่เกิดขึ้น
ดังกล่าวเป็นไปในลักษณะบังเอิญ จำเลยมิได้มีเจตนาที่จะแพร่ภาพลามกนั้นออกไปสู่สาธารณะ
จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287 ไม่
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาฎีกา
รวบรวมโดย อาจารย์อิทธิพล ปรีติประสงค์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย อีสเทิร์นเอเชีย
7
ชื่อองค์คณะ
( ถาวร ตันตราภรณ์- ชูเชิด รักตะบุตร์- สง่า ศิลปประสิทธิ์ )
เจ้าของสำนวน
ถาวร ตันตราภรณ์
คำพิพากษาฎีกาที่ 2136/2531
ชื่อคู่ความ
อัยการแม่ฮ่องสอน โจทก์
นางอรทัย สมดี จำเลย
ชื่อกฎหมาย
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158( 6 )
พระราชบัญญัติ ปรามการให้แพร่หลายและการค้าวัสดุอันลามก พ.ศ.2471 มาตรา 3
ย่อสั้น
คำฟ้องของโจทก์อ้างพระราชบัญญัติปรามการให้แพร่หลายและการค้าวัสดุอันลามก
พ.ศ. 2471 มาตรา 3 อันเป็นมาตราในกฎหมายว่าการกระทำเช่นนั้นเป็นความผิดแล้ว แม้บท
มาตราดังกล่าวจะระบุให้ผู้กระทำผิดต้องระวางโทษตามที่บัญญัติไว้ตามมาตรา 240 แห่ง
กฎหมายลักษณะอาญาที่ถูกยกเลิกไปแล้วและโจทก์ไม่ได้อ้างพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวล
กฎหมายอาญา พ.ศ.2499 มาตรา 8 หรือบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญามาในฟ้องด้วย
ก็ถือได้ว่าเป็นคำฟ้องที่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158( 6 )
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภา
ชื่อองค์คณะ
( ชูเชิด รักตะบุตร์- สง่า ศิลปประสิทธิ์- ถาวร ตันตราภรณ์ )
เจ้าของสำนวน
ชูเชิด รักตะบุตร์
คำค้นหา
วิอาญา บรรยายฟ้อง ฟ้องสมบูรณ์
คำพิพากษาฎีกาที่ 3213/2526
ชื่อคู่ความ
พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์
นายสันชัย ศิริวิริยะ จำเลย
รวบรวมโดย อาจารย์อิทธิพล ปรีติประสงค์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย อีสเทิร์นเอเชีย
8
ชื่อกฎหมาย
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 287( 2 )
ประมวลกฎหมายวีธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158
พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499
มาตรา 19
ย่อสั้น
แม้ศาลจะบันทึกคำฟ้องด้วยวาจาของโจทก์แต่เพียงว่าจำเลย มีวีดีโอเทปภาพลามกไว้ใน
ครอบครองเพื่อบริการแลกเปลี่ยนให้แก่ลูกค้าหรือสมาชิกด้วยการคิดค่าบริการเป็นเงินค่าเช่า
แต่บันทึกหลักฐานการฟ้องคดีด้วยวาจาของโจทก์ได้บรรยายไว้ชัดเจนว่าจำเลยมีวีดีโอเทป
ภาพยนตร์ลามกไว้ในครอบครองเพื่อบริการให้เช่า แลกเปลี่ยนแก่ลูกค้าหรือสมาชิก ด้วยการ
คิดค่าบริการเป็นเงินค่าเช่าอันเป็นการบรรยายครบองค์ประกอบความผิดตามที่บัญญัติไว้ใน
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287( 2 ) แล้ว เมื่อจำเลยรับสารภาพศาลย่อมลงโทษจำเลยตาม
ฟ้องได้
บันทึกหลักฐานการฟ้องคดีด้วยวาจาของโจทก์ระบุแต่เพียงว่าเจ้าพนักงานตำรวจได้รับ
จำเลยพร้อมทั้งยึดของกลางจำนวน 2 รายการ ซึ่งได้แนบท้ายฟ้องและบัญชีของกลางระบุว่าเงิน
570 บาท เป็นของกลางที่พบในสถานที่เกิดเหตุขณะจับกุมเท่านั้น เมื่อโจทก์ไม่บรรยายให้ชัด
แจ้งว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินที่จำเลยได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดหรือได้มา
ด้วยการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 เงินของกลางจึงมิใช่ทรัพย์สินที่
พึงรับตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
ชื่อองค์คณะ
( ประสาท บุณยรังษี- ชูเชิด รักตะบุตร์- โกมล อิศรางกูร ณ อยุธยา )
เจ้าของสำนวน
ประสาท บุณยรังษี
คำพิพากษาฎีกาที่ 5249/2542
ชื่อคู่ความ
นางสาวสุทธิดา เกษมสันต์ โจทก์
นายฉัตรชัย วรดิลก จำเลย
ชื่อกฎหมาย
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185
รวบรวมโดย อาจารย์อิทธิพล ปรีติประสงค์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย อีสเทิร์นเอเชีย
9
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา
326,328 และ 332 กับให้จำเลยลงโฆษณาคำพิพากษาของศาลในหนังสือพิมพ์รายวันไทยรัฐ
เดลินิวส์ ข่าวสด มติชน และหนังสือพิมพ์สยามบันเทิง รายสัปดาห์เป็นเวลา ฉบับละ
7 วัน โดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด และให้นับโทษจำเลยต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำ
ที่ 2643/2540 ของศาลชั้นต้น และคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2608/2540 ของศาลจังหวัด
กำแพงเพชร
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ แต่
รับว่าเป็นบรรณาธิการ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณาผ่านหนังสือพิมพ์สยามบันเทิงรายสัปดาห์ฉบับที่โจทก์
ฟ้อง และรับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 328 จำคุก 3 เดือน และปรับ 30,000 บาท จำเลยไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อนเห็นสมควร
รอการลงโทษมีกำหนด 1 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29
และ 30 และให้จำเลยลงพิมพ์โฆษณาคำพิพากษาเฉพาะส่วนคำวินิจฉัยในหนังสือสยามบันเทิง
รายสัปดาห์เป็นเวลา 7 วัน โดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ที่โจทก์ขอให้นับโทษจำคุก
จำเลยต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ 2643/2540 ของศาลชั้นต้น และคดีหมายเลขดำที่
2608/2540 ของศาลจังหวัดกำแพงเพชร เมื่อคดีนี้ศาลรอการลงโทษจึงไม่มีโทษจำคุกที่จะนับต่อ
คำขออื่นให้ยก
โจทก์อุทธรณ์ขอให้ไม่รอการลงโทษ
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่รอการลงโทษให้จำเลยและไม่ปรับนอกจากที่แก้ให้
เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษจำคุก
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นบรรณาธิการมีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดทำ ตรวจแก้
คัดเลือก หรือควบคุมบทประพันธ์หรือสิ่งอื่นในหนังสือพิมพ์มิให้บทประพันธ์ หรือข้อความที่ลง
พิมพ์กระทบต่อสิทธิของบุคคลอื่นหรือขัดต่อจรรยาบรรณของหนังสือพิมพ์ และต้องไม่ผิดต่อ
กฎหมาย หากมีข้อความใดละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น หรือผิดต่อกฎหมายจำเลยต้องรับผิด
เสมือนหนึ่งจำเลยเขียนข้อความนั้นด้วยตนเอง การที่หนังสือพิมพ์สยามบันเทิงรายสัปดาห์ ลง
ข้อความหมิ่นประมาทโจทก์ทำให้บุคคลอื่นเข้าใจว่า
โจทก์ มีความสัมพันธ์ทางเพศกับนายศรรามอันเป็นความเท็จและเป็นเรืองส่วนตัวที่ไม่เป็น
ประโยชน์ต่อประชาชน อีกทั้งข้อความในกรอบข่าวที่ลงข้อความหมิ่นประมาทโจทก์ยังส่อไปยัง
ในทางลามกอนาจาร ไม่เป็นการสร้างสรรค์และขัดต่อจรรยาบรรณของหนังสือพิมพ์ แม้ศาล
อุทธรณ์จะลงโทษจำคุกจำเลยเพียง 3 เดือน ไม่เกิดผลในการแก้ไขให้จำเลยกลับตัวเป็นคนดีได้ก็
ตาม แต่การลงโทษระยะสั้นก็ยังทำให้จำเลยหลาบจำและเป็นการปราบผู้อื่นมิให้กระทำผิด
เช่นเดียวกับจำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รอการลงโทษให้จำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของ
จำเลยฟังไม่ขึ้น
รวบรวมโดย อาจารย์อิทธิพล ปรีติประสงค์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย อีสเทิร์นเอเชีย
10
พิพากษายืน
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
ชื่อองค์คณะ
( ชวลิต ยอดเณร- อำนวย เต้พันธ์- กำพล ภู่สุดแสวง )
เจ้าของสำนวน
ชวลิต ยอดเณร
คำค้นหา
อาญา เป็น หมิ่นประมาทโดยโฆษณา
วิอาญา ดุลพินิจกำหนดโทษ
คำพิพากษาฎีกาที่ 3705/2530
ชื่อคู่ความ
นายพัฒนพงษ์ เกสะวัฒนะฯ โจทก์
นายอุดม ตรีสุชน จำเลย
ชื่อกฎหมาย
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2( 4 ), 192, 195 วรรคสอง
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ มาตรา 4, 6
ย่อสั้น
ลิขสิทธิ์ที่บุคคลสามารถเป็นเจ้าของได้ จะต้องเป็นลิขสิทธิ์ในงานที่ตนสร้างสรรค์โดย
ชอบด้วยกฎหมาย แต่เมื่อปรากฏว่าวีดีโอเทปของกลาง 1 ที่โจทก์อ้างว่าเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ มี
บทบาทการร่วมเพศระหว่างหญิงและชายบางตอนอันเป็นภาพลามกซึ่งผู้ใดทำหรือมีไว้หรือมี
ส่วนเกี่ยวข้องในการค้า เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 287 งานของโจทก์ดังกล่าวจึงมิใช่งานสร้างสรรค์ ตามความหมายแห่ง พ.ร.บ.
ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 โจทก์จึงไม่ใช่เจ้าของลิขสิทธิ์ ไม่ใช่ผู้เสียหายตาม ป.วิ.อ.มาตรา 2( 4 )
และไม่มีอำนาจฟ้อง
วีดีโอเทปของกลาง 2 ที่จำเลยอ้างส่งต่อศาลในระหว่างการพิจารณาไม่ใช่ของกลางที่
พนักงานสอบสวนได้ยึดไว้ในคดี และโจทก์มิได้มีคำขอให้ริบ แม้วีดีโอเทป
ดังกล่าวจะมีภาพลามกรวมอยู่ด้วยอย่างเดียวกันกับวีดีโอเทปของกลาง 1 ศาลก็ไม่มีอำนาจสั่ง
ริบตาม ป.วิ.อ.มาตรา 192 ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน
แม้จะไม่มีฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ
รวบรวมโดย อาจารย์อิทธิพล ปรีติประสงค์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย อีสเทิร์นเอเชีย
11
ชื่อองค์คณะ
( ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล- สมศักดิ์ เกิดลาภผล- สาระ เสาวมล )
เจ้าของสำนวน
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
หมายเหตุ
งานสร้างสรรค์ประเภทต่างๆที่กฎหมายกำหนดไว้อันอาจมีลิขสิทธิ์ได้ เป็นที่ยอมรับกัน
ว่าต้องเป็นงานที่เกิดจากความคิดริเริ่มขึ้นเอง( originality )ของผู้สร้างสรรค์งานในลักษณะที่
ผู้สร้างงานได้ใช้ความวิริยะอุตสาหะในการสร้างงานนั้น( creative effort )งานอันมีลิขสิทธิ์ไม่
จำเป็นต้องเป็นงานใหม่ที่ไม่มีใครทำมาก่อน( novelty)
เพียงแต่ผู้สร้างสรรค์งานคิดริเริ่มขึ้นเองโดยไม่ได้ลอกเลียนแบบกัน แม้งานที่ปรากฏออกมาจะ
คล้ายคลึงกัน งานเหล่านี้ก็ได้รับความคุ้มครองอย่างงานอันมีลิขสิทธิ์เท่าเทียมกัน และเนื่องจาก
กฎหมายลิขสิทธิ์ให้ความคุ้มครองผลของงานที่เกิดจากความคิดริเริ่มและความวิริยะอุตสาหะ
ของผู้สร้างสรรค์ ฉะนั้นจึงเป็นการคุ้มครองในรูปของงานที่ผู้สร้างแสดงออก( form of expression
) มิได้ให้ความคุ้มครองแก่ตัวความคิด( idea)
ซึ่งยังมิได้แสดงออกมาเป็นผลงานแต่อย่างใด เช่น ผู้แต่งนวนิยายเพียงกำหนดเค้าโครงเรื่องที่จะ
เขียนไว้แต่ยังไม่ทันลงมือเขียนมีผู้แอบเอาเค้าโครงเรื่องนั้นมาเขียนเป็น
นวนิยายก่อนเช่นนี้จะถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ยังไม่ได้ เพราะกฎหมายยังไม่ได้ให้ความ
คุ้มครองแก่เค้าโครงเรื่องซึ่งยังเป็นเพียงตัวความคิด นอกจากนั้นการให้ความคุ้มครองในเรื่อง
ลิขสิทธิ์นี้มิได้ขยายไปถึงวิธีการหรือเทคนิคในการสร้างงาน เช่น สิทธิในแบรูปเล่ม การเรียบรี
ยงตัวอักษร และภาพในหนังสือ กฎหมายลิขสิทธิ์มิได้ให้ความคุ้มครอง( คำพิพากษาศาลฎีกาที่
2061/2526 ) ทั้งมิได้คำนึงว่างานที่สร้างออกมาแล้วจะมีคุณภาพเป็นอย่างไร แม้งานนั้นจะเป็น
งานศิลปกรรมที่ดูเป็นธรรมดาหรือไม่มีคุณค่าก็ยังได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์ได้(
พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 มาตรา 4 )
นอกจากหลักดังกล่าวข้างต้นแล้ว เมื่อพิจารณาเงื่อนไขของการได้มาซึ่งลิขสิทธิ์ตาม
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 มาตรา 6 ประกอบกับงานอันไม่มีลิขสิทธิ์ได้ตามมาตรา 32
แห่ง พ.ร.บ. ฉบับเดียวกันแล้วจะเห็นได้ว่า กฎหมายมิได้บัญญัติให้งานที่มิชอบด้วยกฎหมาย
หรืองานที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือสวัสดิภาพของประชาชน
เป็นงานไม่อาจมีลิขสิทธิ์ได้เอาไว้ด้วย ซึ่งแตกต่างจากกฎหมายสิทธิบัตรอันเป็นกฎหมายว่าด้วย
ทรัพย์สินทางปัญญาเช่นเดียวกับกฎหมายลิขสิทธิ์ได้บัญญัติไว้แจ้งชัดว่าการประดิษฐ์และการ
ออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่อาจขอรับสิทธิบัตรได้( พ.ร.บ.สิทธิบัตร พ.ศ.
2522 มาตรา 9, 58 ) นอกจากนั้นคำว่า สร้างสรรค์ ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน
พ.ศ. 2525 ก็ให้คำจำกัดความหมายถึง สร้างให้มีให้เป็นขึ้น หรือเนรมิตเท่านั้น มิได้มี
ความหมายว่าจะต้องเป็นการสร้างในสิ่งที่ดีงามหรือที่มีประโยชน์ต่อสังคมด้วย จึงอาจแปล
ความไปได้ว่างานที่ขัดต่อกฎหมาย หรืองานที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของ
รวบรวมโดย อาจารย์อิทธิพล ปรีติประสงค์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย อีสเทิร์นเอเชีย
12
ประชาชนเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ได้ ซึ่งเรืองนี้หากย้อนไปดูกฎหมายเดิมที่เกี่ยวกับการคุ้มครอง
ลิขสิทธิ์เห็นได้ว่ามีบัญญัติไว้ชัดเจน เช่น พระราชบัญญัติแก้ไขพระราชบัญญัติกรรมสิทธิ์ผู้แต่ง
หนังสือ พ.ศ.2547 มาตรา 15 บัญญัติว่า หนังสือซึ่งมิบังควรจะออกขายโดยเหตุที่เป็นเรื่องหยาบ
คาย เรื่องลดหลู่ดูถูกศาสนา หรือเรื่องยุยงให้เกิดจราจลนั้นจะให้มีกรรมสิทธิ์ไม่ได้ อนึ่ง หนังสือ
เรื่องใดที่กล่าวคำเท็จเพื่อประสงค์จะหลอกลวงให้ประชาชนหลงเชื่อต่างๆก็ต้องห้ามมิให้มี
กรรมสิทธิ์เหมือนกัน แม้กฎหมายดังกล่าวจะใช้คำว่า กรรมสิทธิ์ แต่ก็หมายถึง ลิขสิทธิ์ นั่นเอง
และแม้กฎหมายว่าด้วยลิขสิทธิ์จะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงต่อมาเป็นพระราชบัญญัติคุ้มครอง
วรรณกรรมและศิลปกรรม พ.ศ.2474 และพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2521 ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันและ
ไม่มีข้อบังคับดังกล่าว แต่การจะตีความว่า งานที่ขัดต่อกฎหมายให้การคุ้มครองเป็นเรื่องที่ไม่
ชอบด้วยเหตุผล ศาลฎีกาจึงตีความว่างานสร้างสรรค์ที่จะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย
ลิขสิทธิ์ จะต้องเป็นงานสร้างสรรค์โดยชอบด้วยกฎหมายด้วย ประกอบกับศาลฎีกาคงเห็นว่า
การตีความกฎหมายเช่นนี้ไม่น่าจะส่งผลเสียหายแต่อย่างใด ทั้งนี้ เพราะแม้จะถือไม่ได้การทำซ้ำ
วีดีโอเทปเรื่องอาถรรพ์น้ำมันพรายเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ม้วนวีดีโอเทปที่จำเลยทำซ้ำและมี
ไว้ก็เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287 ได้ ส่วนงานบ่อนทำลายความมั่นคง
ของชาติ งานลบหลู่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นงานที่ไม่ควรคุ้มครองอย่างงาน
อันมีลิขสิทธิ์ ผู้สร้างงานดังกล่าวก็มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, 116, 118
ได้เช่นกัน
อย่างไรก็ดี คำพิพากษาศาลฏีกาฉบับนี้มีข้อน่าสังเกตว่าวีดีโอเทปพิพาทมีบทแสดงการ
ร่วมเพศระหว่างหญิงและชายบางตอนเท่านั้น มิได้มีภาพลามกทั้งเรื่อง จึงมีปัญหาน่าพิจารณา
ว่าจะถือได้หรือไม่ว่า เฉพาะตอนที่มีภาพลามกเท่านั้นที่จะถือว่าเป็นงานอันไม่มีลิขสิทธิ์ ส่วน
ภาพอื่นที่เป็นการดำเนินเรื่องตามปกติ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นงานสร้างสรรค์อันเข้าเงื่อนไขต่าง
ๆ ของงานอันมีลิขสิทธิ์ และการตัดเฉพาะภาพลามกดังกล่าวออกไปก็คงไม่ทำให้วีดีโอเทป
หรือภาพยนต์นั้นดูไม่รู้เรื่อง ถ้าเป็นเช่นนี้ภาพตอนที่เป็นภาพลามกน่าจะไม่ใช่สาระสำคัญของ
วีดีโอเทปเรื่องนั้น ไม่น่าจะถึงกับทำให้งานสร้างวีดีโอเทปทั้งหมดเป็นงานอันไม่มีลิขสิทธิ์ หาก
ถือได้เช่นนี้โจทก์ก็น่าจะเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานภาพยนตร์เรื่องอาถรรพ์น้ำมันพรายได้ การ
กระทำของจำเลยจึงอาจเป็นความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์และเป็นความผิดตามประมวลกฎหมาย
อาญามาตรา 287 ด้วย อันเป็นความผิดกรรมเดียวกันผิดต่อกฎหมายหลายบทตามมาตรา 90
แต่ถ้าข้อเท็จจริงปรากฏชัดว่า ภาพยนตร์เรื่องนั้นผู้สร้างมีเจตนาจะสร้างขึ้นเป็นภาพยนตร์
ลามกโดยตรง ภาพลามกต่าง ๆ เป็นสาระสำคัญของเรื่อง เช่นนี้งานภาพยนตร์นั้นย่อมไม่อาจ
มีลิขสิทธิ์ได้เรื่องเรื่อง
ผู้เขียนหมายเหตุ
ปริญญา ดีผดุง

astrife:
ขอบคุณ คับ รายละเอียดเต็ม ๆ

เฮียยิป มัน:
ทนายมาเองเลย  ;D ขอบคุณครับ  ;D

สร้อยฟ้า:
เมพ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ